วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Empty Room

Empty Room

ห้องที่ว่างเปล่า



Chapter 1 : แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมากระทบผิวโลกช่างงดงาม



ตั้งแต่ลืมตาตื่นจากความฝันครั้งแรก ฉันก็เห็นเธออยู่ข้างๆ

ทว่า ขณะที่เติบโต ฉันกลับถูกสอนให้ใช้ชีวิตในมหานครอันแสนวุ่นวาย

เพื่อต่อรองกับผู้อื่นในการร้องขอโอกาสที่จะมีชีวิตรอด

ฉันอยากมีชีวิตอยู่

***

ฉันไม่ชอบพูดเลย ไม่มีสิ่งใดในโลกที่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้หรอก

หลายคนอาจกล่าวว่าฉันคิดผิด ไม่ มันคือความจริง

หากมีคนพูดว่า ท้องฟ้าสีฟ้า แต่ฉันไม่รู้จักสีฟ้า

ฉันจะไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าท้องฟ้าสีฟ้าคืออะไร

จะอธิบายอย่างไรเล่า?

ทีนี้ เข้าใจหรือยังที่ฉันบอกว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้

***



Chapter 2 : Metropolis



ท่ามกลางเสียงอึกทึกของเครื่องจักรและผู้คน

ฉันได้ยินเสียงเธอชัดที่สุด

แต่เธอไม่เคยอยูที่นั่น ไม่เคยมองตาฉัน

กระทั่งไร้ซึ่งความต้องการที่จะสื่อสารกับฉัน

ฉันพยายามทำเข้าถึงคำพูดของเธอ

บางคราแจ่มแจ้ง บางคราไร้ใจความ

ฉันอาจอนุมานไปเองว่าฉันเข้าใจ

ทั้งที่ตัวฉันไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่าเสียงสายลม

พยายาม พยายามจนเหนื่อย

มันบีบบังคับให้ฉันกลับไปหาเสียงจอแจของฝูงชน

ถ้อยคำของเธอจึงแผ่วลงเรื่อยๆ

***



Chapter 3 : คำภาวนาที่ถูกลืม



อยู่ไปวันๆ กับการใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย

เคยคิดอยู่ว่า นี่คือความสิ้นหวังหรือเปล่านะ?

ฉันเดินผ่านร้านค้า เห็นเงาของเธอสะท้อนในกระจก

ไม่ใช่..ไม่มีคำว่าสิ้นหวังหรอก

อย่างไรเสีย ฉันก็ยังจำเธอได้

***



Chapter 4 : เพราะนี่คือเรื่องระหว่างเธอกับฉัน I



กระแสน้ำเชี่ยวกราก ทั้งรุนแรงและบ้าคลั่ง

หากไม่หาที่ยึดจับดีๆ ละก็

จะถูกน้ำพัดไกลออกไปเรื่อยๆ

ทว่าฉันเองยังไม่สามารถคว้าสิ่งใดไว้ได้

แม้สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด ยังห่างไกลจนน่าเหนื่อยใจ

**

ฉันนั่งมองกลุ่มควันสีเทาลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า

ม้วนตัวอยู่หลายตลบ และค่อยๆ จางหายไป

ล่อลวงให้เคลิบเคลิม ลืมความเจ็บปวดที่เคยพานพบ

ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง

แต่ในบางเวลา ที่ฉันหนาวเหน็บเดียวดาย

ฉันเห็นเธอมองลงมาจากฟากฟ้าราตรี

***



Chapter 5 : เพราะนี่คือเรื่องระหว่างเธอกับฉัน II



เหนื่อยกับการว่ายทวนกระแสน้ำเสียแล้ว

มนุษย์นี่ช่างบอบบางเหลือเกิน

ในที่สุด ฉันจึงปล่อนใจให้จมลงสู่หุบเหวแห่งทะเลมืดมิด

ภาพเธอจางลงเรื่อยๆ เมื่อดำดิ่งลึกลงไป

ทั้งในสายตาและความทรงจำ

เสี้ยววินาทีนั้น ความเดียวดายอันเป็นนิรันดร์

ได้ทิ่มแทงยังขั้วหัวใจ

***