Empty Room
ห้องที่ว่างเปล่า
Chapter 1 : แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมากระทบผิวโลกช่างงดงาม
ตั้งแต่ลืมตาตื่นจากความฝันครั้งแรก ฉันก็เห็นเธออยู่ข้างๆ
ทว่า ขณะที่เติบโต ฉันกลับถูกสอนให้ใช้ชีวิตในมหานครอันแสนวุ่นวาย
เพื่อต่อรองกับผู้อื่นในการร้องขอโอกาสที่จะมีชีวิตรอด
ฉันอยากมีชีวิตอยู่
***
ฉันไม่ชอบพูดเลย ไม่มีสิ่งใดในโลกที่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้หรอก
หลายคนอาจกล่าวว่าฉันคิดผิด ไม่ มันคือความจริง
หากมีคนพูดว่า ท้องฟ้าสีฟ้า แต่ฉันไม่รู้จักสีฟ้า
ฉันจะไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าท้องฟ้าสีฟ้าคืออะไร
จะอธิบายอย่างไรเล่า?
ทีนี้ เข้าใจหรือยังที่ฉันบอกว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้
***
Chapter 2 : Metropolis
ท่ามกลางเสียงอึกทึกของเครื่องจักรและผู้คน
ฉันได้ยินเสียงเธอชัดที่สุด
แต่เธอไม่เคยอยูที่นั่น ไม่เคยมองตาฉัน
กระทั่งไร้ซึ่งความต้องการที่จะสื่อสารกับฉัน
ฉันพยายามทำเข้าถึงคำพูดของเธอ
บางคราแจ่มแจ้ง บางคราไร้ใจความ
ฉันอาจอนุมานไปเองว่าฉันเข้าใจ
ทั้งที่ตัวฉันไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่าเสียงสายลม
พยายาม พยายามจนเหนื่อย
มันบีบบังคับให้ฉันกลับไปหาเสียงจอแจของฝูงชน
ถ้อยคำของเธอจึงแผ่วลงเรื่อยๆ
***
Chapter 3 : คำภาวนาที่ถูกลืม
อยู่ไปวันๆ กับการใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย
เคยคิดอยู่ว่า นี่คือความสิ้นหวังหรือเปล่านะ?
ฉันเดินผ่านร้านค้า เห็นเงาของเธอสะท้อนในกระจก
ไม่ใช่..ไม่มีคำว่าสิ้นหวังหรอก
อย่างไรเสีย ฉันก็ยังจำเธอได้
***
Chapter 4 : เพราะนี่คือเรื่องระหว่างเธอกับฉัน I
กระแสน้ำเชี่ยวกราก ทั้งรุนแรงและบ้าคลั่ง
หากไม่หาที่ยึดจับดีๆ ละก็
จะถูกน้ำพัดไกลออกไปเรื่อยๆ
ทว่าฉันเองยังไม่สามารถคว้าสิ่งใดไว้ได้
แม้สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด ยังห่างไกลจนน่าเหนื่อยใจ
**
ฉันนั่งมองกลุ่มควันสีเทาลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า
ม้วนตัวอยู่หลายตลบ และค่อยๆ จางหายไป
ล่อลวงให้เคลิบเคลิม ลืมความเจ็บปวดที่เคยพานพบ
ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่ในบางเวลา ที่ฉันหนาวเหน็บเดียวดาย
ฉันเห็นเธอมองลงมาจากฟากฟ้าราตรี
***
Chapter 5 : เพราะนี่คือเรื่องระหว่างเธอกับฉัน II
เหนื่อยกับการว่ายทวนกระแสน้ำเสียแล้ว
มนุษย์นี่ช่างบอบบางเหลือเกิน
ในที่สุด ฉันจึงปล่อนใจให้จมลงสู่หุบเหวแห่งทะเลมืดมิด
ภาพเธอจางลงเรื่อยๆ เมื่อดำดิ่งลึกลงไป
ทั้งในสายตาและความทรงจำ
เสี้ยววินาทีนั้น ความเดียวดายอันเป็นนิรันดร์
ได้ทิ่มแทงยังขั้วหัวใจ
***
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น